การเปรียบเทียบ PoE PSE : PoE Switch, PoE Injector, PoE NVR และ PoE Media Converter คืออะไร และมีข้อแตกต่างกันอย่างไร
มาตรฐาน IEEE802.3af แบ่งเทคโนโลยี Power over Ethernet (PoE) เป็น 2 ประเภทคือ
1.Power Sourcing Equipment (PSE) เป็นอุปกรณ์ที่จัดหาพลังงานเพื่อส่งพลังงานบนสายเคเบิลอีเทอร์เน็ต
2.Powered Device (PD) เป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่รับพลังงานและส่งพลังงาน
เราจะมาดูกันว่า PoE แต่ละประเภทนั้นมีความแตกต่างกันอย่างไร
PoE PD และ PSE คืออะไร
PoE PD เป็นอุปกรณ์ PoE ที่สามารถจ่ายไฟให้กับระบบเครือข่าย PoE ซึ่ง PoE PD จะประกอบด้วยอุปกรณ์ปลายทางจำนวนมาก เช่น โทรศัพท์ IP กล้อง IP จุดเชื่อมต่อไร้สายwireless access point (WAP) เป็นต้น แต่ PoE PSE จะจ่ายไฟน้อยกว่า PoE PD กับ PSE ประเภทของ PSE ที่ใช้ในปัจจุบัน ได้แก่ PoE switch, PoE injector, PoE NVR และ PoE media
PoE Switch คืออะไร
PoE switch ทำหน้าที่เป็น PSE (power sourcing equipment) หรือการหาพลังงานและจ่ายพลังงานให้กับ PD ผ่านสายเคเบิลอีเทอร์เน็ต โดยทั่วไป สวิตช์ 802.3af รองรับการใช้พลังงานสูงสุด 15.4W ต่อพอร์ต PoE ที่มีช่วงแรงดันไฟฟ้าระหว่าง 44V ถึง 57V และช่วงแรงดันไฟของ PD ที่เชื่อมต่อกับสวิตช์ PoE คือตั้งแต่ 37V ถึง 57V
PoE Injector คืออะไร
PoE Injector จะใช้เพื่อเพิ่มพลังให้กับพวกที่เป็นแบบ non-PoE จะช่วยจ่ายไฟกับกับอุปกรณ์ที่ไม่ใช่ PoE และส่งพลังงานผ่านสีอีเทอร์เน็ตไปยัง PD
PoE NVR คืออะไร
PoE NVR ย่อมาจาก PoE network video recorder เป็น NVR ที่มี PoE injection ในตัว ส่วนใหญ่จะใช้ใน กล้อง IP โดยจะทำหน้าที่บันทึกวิดีโอและจัดเก็บข้อมูลต่าง ๆ จากระยะไกล เช่นเดียวกับสวิตช์ PoE PoE NVR ยังสามารถจ่ายไฟให้กับกล้องวิดีโอ IP ผ่านสายเคเบิลอีเทอร์เน็ต ทำให้การเดินสายและการติดตั้งกล้องวงจรปิดแบบมีสายแบบ PoE ง่ายขึ้น
PoE Media Converter คือ
PoE Media Converter เป็นอุปกรณ์ที่จะเชื่อมต่อสายเคเบิลไฟเบอร์กับเครือข่ายทองแดงและให้พลังงานกับอุปกรณ์ที่รองรับ PoE เช่น กล้อง IP และโทรศัพท์ VoIP เหมาะกับการขยายเครือข่ายผ่านสายไฟเบอร์ออฟติกไปยัง PoE PD
PoE Splitter คือ
PoE Splitter จะเป็นตัวจ่ายพลังงานและส่งพลังงานไปอุปกรณ์ที่เป็น non-PoE โดยจะแยกพลังงานไปยังอุปกรณ์ ใช้สำหรับอุปกรณ์ที่เป็น non-PoE ที่ไม่มีเต้ารับไฟฟ้าที่อยู่ใกล้เคียง
PSE มีวิธีเลือกอย่างไร
PoE network switch จะเป็นอุปกรณ์ที่นิยมใช้กันมากที่สุด เนื่องจากมีประสิทธิภาพในการใช้งานสูงและราคาถูก ผู้ใช้งานจึงเลือก PoE switch ในการใช้งานเป็นอันดับต้น ๆ ต่าอย่างไรก็ตาม PoE injector, PoE NVR และ PoE media converter ก็สามารถใช้งานได้เช่นกัน
PoE Switch กับ PoE Injector มีวิธีการทำงานอย่างไร
PoE switch เป็นที่นิยมใช้งานเป็นอย่างมากในปัจจุบัน PoE switch สามารถใช้ PoE injector สำหรับ PD เพื่อให้ non-PoE switch สามารถใช้งานได้ โดยไม่ต้องรออัพเกรด แต่ต้องดูว่า PoE injector เหมาะกับ PoE network ที่มี PD หรือไม่ หากมี PD หลายตัวก็ควรจะใช้ PoE switch
PoE Switch กับ PoE NVR มีวิธีการทำงานอย่างไร
PoE Switch กับ PoE NVR นั้นจะมีหน้าที่การทำงานที่คล้าย ๆ กัน แต่ PoE NVR ยังสามารถจ่ายไฟให้กับกล้อง IP ได้อีกด้วย ดังนั้นจึงทำหน้าที่เป็นทั้งเครื่องบันทึกและเป็น PoE switch อีกด้วย PoE NVR เหมาะสำหรับผู้ใช้ตามบ้านและธุรกิจขนาดเล็กที่ต้องการการดูแลเครือข่ายเพียงเล็กน้อย
PoE Switch กับ PoE Media Converter มีวิธีการทำงานอย่างไร
โดยปกติ PoE switch จะจำกัดระยะทางของสายอีเทอร์ไว้ที่ 100 เมตร ซึ่งการเชื่อมต่อทองแดงกับไฟเบอร์จะทำหน้าที่เป็น PoE PSE เพื่อเพิ่มพลัง PD แต่ PoE media converter นั้น ไม่ใช่อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ ดังนั้นจึงต้องมี non-PoE network switch จากนั้น PoE media converter ถึงจะรวบรวมข้อมูลและพลังงานบนสายเคเบิลอีเธอร์เน็ตเข้ากับ PD
PoE Splitter vs. PoE Injector มีวิธีการทำงานอย่างไร
PoE splitters และ PoE injector อาจจะมีความคล้ายกัน แต่ PoE injector จะใช้กับ non-PoE switch แต่ PoE splitter จะใช้กับ PoE PSE และแยกข้อมูลและจ่ายไฟไปยังสายเคเบิลสองสายที่แตกต่างกัน
เทคโนโลยี Power over Ethernet (PoE) จะมีความนิยมมากขึ้นในอนาคตเพราะมีความสะดวกในการใช้งานเป็นอย่างมาก ทั้งติดตั้งง่าย ประหยัดค่าใช้จ่าย และมีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ทำให้เราต้องรู้เกี่ยวกับวิธีการใช้งานต่าง ๆ ของเทคโนโลยี Power over Ethernet (PoE)
ขอขอบคุณ
ที่มา : https://community.fs.com/blog/poe-pse-comparison-poe-switch-vs-poe-injector.html
แปลภาษาและแก้ไขโดย : PBA Supply
โทร: 095-791-6628
E-mail: [email protected]
218/12 หมู่บ้านไพโรจ บางนาตราด27
ซ.บางนา-ตราด แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพ 10260
Follow US
Copyright© 2023 PBAStore • All rights reserved.
ลูกค้าสามารถชำระเงินผ่านแอพธนาคาร โดยการแสกน QR Code ที่แสดงตามด้านล่างนี้ เมื่อชำระเรียบร้อยแล้วสามารถตรวจสอบสถานะการชำระได้ในเมนูประวัติสั่งซื้อหรืออีเมล์ของท่าน โดยลูกค้าไม่ต้องแจ้งชำระอีกครั้ง